กาแฟคั่วใหม่ ควรชงทันทีหรือพักไว้ก่อน?

9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กาแฟคั่วใหม่ ควรชงทันทีหรือพักไว้ก่อน?

กาแฟคั่วใหม่ ควรชงทันทีหรือพักไว้ก่อน?
หลายคนเข้าใจว่า กาแฟยิ่งคั่วใหม่ ยิ่งชงอร่อย แต่ความจริงแล้ว เมล็ดกาแฟที่เพิ่งออกจากเครื่องคั่วอาจยังไม่ใช่ช่วงที่ให้รสชาติดีที่สุด เพราะภายใน เมล็ดกาแฟคั่วใหม่ ยังมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) สะสมอยู่ค่อนข้างมาก การพักกาแฟหลังคั่วจึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่มีผลต่อการสกัด กลิ่น ความหวาน และรสชาติที่ได้ในแก้ว

หลังจากผ่านกระบวนการคั่ว เมล็ดกาแฟคั่ว จะค่อย ๆ ปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมอยู่ภายในออกมา กระบวนการนี้เรียกว่า Degassing หรือการคายแก๊ส ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมถุงเมล็ดกาแฟจึงมักมี One-Way Valve หรือวาล์วทางเดียว เพื่อช่วยระบาย CO₂ ออกจากถุง พร้อมลดการสัมผัสกับอากาศภายนอกที่อาจเร่งให้กลิ่นและรสชาติของกาแฟเสื่อมลง

ดังนั้น การพัก เมล็ดกาแฟคั่วใหม่ ไม่ได้หมายถึงการปล่อยให้กาแฟเก่า แต่เป็นการให้เวลาเมล็ดค่อย ๆ คายแก๊สและเข้าสู่ช่วงที่เหมาะกับการชงมากขึ้น

ถ้าชงเมล็ดกาแฟคั่วใหม่เร็วเกินไป จะเกิดอะไรขึ้น?
หากนำเมล็ดกาแฟที่ยังคายแก๊สไม่เพียงพอไปชง CO₂ ที่ยังสะสมอยู่มากอาจรบกวนการสัมผัสระหว่างน้ำกับผงกาแฟ ทำให้การสกัดเกิดขึ้นได้ไม่สม่ำเสมอ

สำหรับ กาแฟดริป เมื่อเทน้ำลงบนผงกาแฟ อาจเห็นผงกาแฟพองตัวและเกิดฟองแก๊สจำนวนมากในช่วง Bloom การเกิด Bloom เป็นเรื่องปกติของกาแฟสดใหม่ แต่หากยังมีแก๊สสะสมอยู่มากเกินไป น้ำอาจเข้าถึงผงกาแฟได้ไม่ทั่วถึง ทำให้ควบคุมการสกัดและรสชาติได้ยากขึ้น

ส่วนการชง Espresso เมล็ดที่สดจากการคั่วมากเกินไปอาจทำให้ช็อตไหลไม่นิ่ง มีครีม่าหนา หรือมีฟองขนาดใหญ่ แต่ครีม่าที่มากไม่ได้หมายความว่าเอสเพรสโซจะมีรสชาติดีกว่าเสมอไป

เมล็ดกาแฟคั่วใหม่มีผลต่อรสชาติอย่างไร?
หากกาแฟยังอยู่ในช่วงที่คายแก๊สมาก รสชาติในแก้วอาจยังแสดงออกมาได้ไม่เต็มที่ บางครั้งอาจรู้สึกว่ารสชาติแข็ง ฝาด เฝื่อน กลิ่นยังไม่ชัด หรือความหวานและ Taste Note ของเมล็ดยังแยกออกมาได้ไม่เต็มที่

เมื่อพัก เมล็ดกาแฟคั่ว ในระยะเวลาที่เหมาะสม การสกัดมักควบคุมได้ง่ายขึ้น และคาแรกเตอร์ของกาแฟ เช่น กลิ่นหอม ความหวาน Acidity และ Aftertaste อาจแสดงออกมาได้ชัดเจนกว่าเดิม

ควรพักเมล็ดกาแฟคั่วนานเท่าไร?
ระยะเวลาการพักกาแฟไม่มีตัวเลขที่ตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับระดับการคั่ว ความหนาแน่นของเมล็ด โปรไฟล์การคั่ว และวิธีการชง แต่สามารถใช้ช่วงเวลาต่อไปนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นได้

เมล็ดกาแฟคั่วอ่อน ควรพักประมาณ 7–14 วัน เนื่องจากกาแฟคั่วอ่อนยังมีโครงสร้างค่อนข้างหนาแน่น จึงคายแก๊สได้ช้ากว่า หากเป็นเมล็ดความหนาแน่นสูง หรือใช้สำหรับชง Espresso กาแฟบางตัวอาจเหมาะกับการพักประมาณ 2–4 สัปดาห์

เมล็ดกาแฟคั่วกลาง สามารถเริ่มทดลองชงได้ประมาณ 5–10 วันหลังคั่ว ซึ่งเป็นช่วงที่กลิ่นและรสชาติของกาแฟหลายตัวเริ่มเปิดออกมากขึ้น

ส่วน เมล็ดกาแฟคั่วเข้ม มักใช้เวลาพักประมาณ 3–7 วัน เพราะโครงสร้างของเมล็ดมีความพรุนมากกว่า ทำให้คายแก๊สได้เร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็อาจสูญเสียกลิ่นและความสดใหม่ได้เร็วกว่ากาแฟคั่วอ่อนเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาเหล่านี้เป็นเพียงแนวทาง ไม่ใช่กฎตายตัว เพราะ เมล็ดกาแฟคั่วแต่ละตัวอาจมีช่วงเวลาที่ให้รสชาติดีที่สุดแตกต่างกัน

Roast Date ไม่ใช่วันที่กาแฟอร่อยที่สุดเสมอไป
Roast Date หรือวันที่คั่ว เป็นข้อมูลที่ช่วยให้เรารู้ว่าเมล็ดกาแฟผ่านการคั่วมาแล้วกี่วัน แต่ไม่ได้หมายความว่า เมล็ดกาแฟคั่วจะให้รสชาติดีที่สุดในวันนั้น

ควรมอง Roast Date เป็น จุดเริ่มต้นสำหรับนับระยะเวลาพักกาแฟ มากกว่า ตัวอย่างเช่น หากกาแฟระบุ Roast Date วันที่ 1 สิงหาคม และแนะนำให้พักประมาณ 7–10 วัน ก็สามารถเริ่มทดลองชงได้ในช่วงประมาณวันที่ 8–11 สิงหาคม

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ากาแฟพักได้ที่แล้ว?
วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการทดลองชง เมล็ดกาแฟคั่วตัวเดิมในวันที่แตกต่างกัน เช่น วันที่ 5 วันที่ 10 และวันที่ 14 หลังการคั่ว โดยพยายามใช้สูตรชง เบอร์บด และตัวแปรต่าง ๆ ให้ใกล้เคียงกัน

จากนั้นลองสังเกตว่ากลิ่นหอมเปิดขึ้นหรือไม่ ความหวานชัดขึ้นหรือเปล่า Acidity สมดุลขึ้นไหม รสฝาดหรือความแข็งลดลงหรือไม่ รวมถึง Aftertaste เปลี่ยนไปอย่างไร

การทดลองลักษณะนี้จะช่วยให้ค้นพบว่า เมล็ดกาแฟคั่วแต่ละตัวมีช่วง Peak Flavor ของตัวเองเมื่อไร เพราะกาแฟบางตัวอาจอร่อยตั้งแต่สัปดาห์แรก ขณะที่บางตัวอาจต้องใช้เวลาพักนานกว่านั้นจึงจะแสดงคาแรกเตอร์ออกมาได้เต็มที่

สรุป
เมล็ดกาแฟคั่วใหม่ไม่จำเป็นต้องรีบชงทันที เพราะกาแฟที่เพิ่งผ่านการคั่วยังมี CO₂ สะสมอยู่มาก และต้องใช้เวลาในการ Degassing ก่อนที่รสชาติจะเริ่มเปิดออกอย่างเหมาะสม

โดยทั่วไป เมล็ดกาแฟคั่วอ่อนอาจพักประมาณ 7–14 วัน เมล็ดกาแฟคั่วกลางประมาณ 5–10 วัน และเมล็ดกาแฟคั่วเข้มประมาณ 3–7 วัน แต่ระยะเวลาเหล่านี้ควรใช้เป็นเพียงแนวทาง เพราะระดับการคั่ว วิธีการชง และลักษณะของเมล็ดมีผลต่อช่วงเวลาที่เหมาะสมทั้งหมด

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่เห็น Roast Date บนถุงเมล็ดกาแฟคั่ว อย่าเพิ่งรีบสรุปว่ายิ่งใหม่ยิ่งอร่อย ลองให้เวลากาแฟได้พัก แล้วทดลองชงในช่วงวันที่แตกต่างกัน คุณอาจพบว่าเมล็ดกาแฟตัวเดิมสามารถให้กลิ่น ความหวาน และความสมดุลที่ต่างกันอย่างชัดเจน เพียงแค่เลือกชงในช่วงเวลาที่เหมาะสมหลังการคั่ว

___________________________________________________________

Should the freshly brewed coffee be brewed immediately or brewed first? Many people know that the more freshly baked coffee, the better it tastes. But in fact, freshly baked coffee beans may not be in the best taste range, because freshly baked coffee beans still contain quite a lot of carbon dioxide (CO2) gas. Coffee break after roasting is another step that affects the aroma, sweetness and taste in the glass. After roasting, roasted coffee beans will gradually release carbon dioxide accumulated inside. This process is called decarbonization or degassing, which is why coffee bean bags usually have a one-way valve or valve to help discharge CO2. If coffee beans without enough gas are poured into concentrated carbon dioxide, it may interfere with the contact between water and coffee powder, resulting in uneven extraction. For coffee, when dripping on coffee powder, you may see that coffee powder expands and produces a lot of bubbles. During the birth of Bloom, fresh coffee was very common. However, if there is still too much gas accumulation, water may not reach the coffee powder, which makes the extraction and taste control more difficult. Too many fresh seeds extracted from espresso coffee may cause shock, with thick cream or big foam, but a lot of cream doesn't mean that espresso coffee beans always taste so strong. If the coffee is still in the range of a large amount of deflation, the taste in the glass may not be fully expressed, sometimes it feels hard, the taste is not obvious, or the sweetness of the taste has not been completely separated. When resting, coffee beans are roasted in a proper time, and the extraction is usually easier to control, while the first taste of coffee beans, such as aroma, sweetness, acidity and bitterness, may be more clearly expressed than before. How long should coffee beans rest? There is no static figure for coffee bean rest time, because it depends on roasting degree, seed density, roasting profile and roasting method, but the following time periods can be used as a preliminary guide. Boiled coffee beans should rest for about 7-14 days, because the structure of boiled coffee beans is also quite dense, so it should be slower. If it is high-density coffee beans or used for espresso, some coffee beans may be suitable for rest for about 2-4 weeks. In the middle of boiled coffee beans, you can try baking about 5-10 days after baking. During this time, the aroma and taste of many coffee beans begin to sprout. Boiling coffee beans usually takes about 3-7 days, because the structure of seeds is richer than boiling coffee beans. The most accurate method is to try to cook the original roasted coffee beans on different dates, such as the 5th, 10th and 14th day after roasting, and try to compare the ground coffee bean formula with different variables. Then, observe whether the fragrance is open, whether the sweetness is sweet, whether the acidity is balanced, whether the acidity is reduced, and whether the hardness includes toast. This characteristic experiment will help you find out when each roasted coffee bean has its own breadcrumb range, because some coffee may be delicious from the first week, while some coffee beans may need a longer rest time, so it will be fully displayed. The conclusion is that the new roasted coffee beans don't need to be cooked immediately, because the coffee has just been roasted.

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้