เมล็ดกาแฟดีอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะวิธีดริปก็มีผลต่อกลิ่น รสชาติ และคาแรกเตอร์ที่เราได้ในแก้วเหมือนกัน โดยเฉพาะ เมล็ดกาแฟคั่ว ที่มี Taste Note ชัด การควบคุมตัวแปรในการชงให้เหมาะสมจะช่วยให้เราได้สัมผัสรสชาติของเมล็ดกาแฟออกมาได้เต็มที่มากขึ้น
หลายคนเข้าใจว่า กาแฟยิ่งคั่วใหม่ ยิ่งชงอร่อย แต่ความจริงแล้ว เมล็ดกาแฟที่เพิ่งออกจากเครื่องคั่วอาจยังไม่ใช่ช่วงที่ให้รสชาติดีที่สุด เพราะภายใน เมล็ดกาแฟคั่วใหม่ ยังมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO) สะสมอยู่ค่อนข้างมาก การพักกาแฟหลังคั่วจึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่มีผลต่อการสกัด กลิ่น ความหวาน และรสชาติที่ได้ในแก้ว
Washed, Natural และ Honey Process คือกระบวนการแปรรูปกาแฟหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งมีส่วนทำให้ความหวาน ความเปรี้ยว บอดี้ และกลิ่นรสของกาแฟแต่ละตัวแตกต่างกัน
Taste Note ไม่ใช่ส่วนผสม แต่คือกลิ่นและรสที่กาแฟสื่อออกมา บนถุงเมล็ดกาแฟคั่วบางตัว เราอาจเห็นคำว่า Peach, Honey, Chocolate, Floral หรือ Berry จนทำให้หลายคนสงสัย...
แม้ว่า Flat White และ Latte จะเป็นกาแฟที่ใช้นมและเอสเปรสโซเป็นส่วนประกอบหลักเหมือนกัน
หลายคนอาจเคยเจอกาแฟที่ให้ความรู้สึกหวานคล้ายคาราเมล ทอฟฟี่หรือน้ำตาลทรายแดง จนสงสัยว่ากาแฟมีการเติมแต่งรสชาติหรือไม่
เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมกาแฟบางแก้วจึงมีรสสัมผัสสดชื่นคล้ายส้ม สตรอว์เบอร์รี หรือลิ้นจี่ ทั้งที่ในแก้วมีเพียงกาแฟและน้ำเปล่า?
หลายคนมักสังเกตกากกาแฟหลังการสกัด เพราะเชื่อว่ายิ่งกากกาแฟออกมาเป็นก้อนสวย แปลว่าชงได้ดี แต่ความเป็นจริง ไม่ได้หมายความเเบบนั้นเสมอไป
หลายคนเข้าใจว่า Espresso 1 Shot มีปริมาณกาแฟที่ตายตัว แต่จริง ๆ แล้วปริมาณกาแฟที่ใช้จะขึ้นอยู่กับ Shot ที่ต้องการ และสูตรการสกัดของแต่ละร้านด้วย
ความละเอียดของกาแฟบดควรเลือกให้เหมาะกับอุปกรณ์ชง เพราะเมื่อความละเอียดไม่เหมาะกัน ก็อาจทำให้ได้รสชาติกาแฟที่ไม่อร่อยกลมกล่อมได้
หลายคนคิดว่าแค่บดกาแฟใส่พอร์ตาฟิลเตอร์ แล้วแทมป์ก็พอ แต่จริง ๆ แล้ว การเกลี่ยผงกาแฟ เป็นอีกจุดที่ช่วยให้รสชาตินิ่งขึ้นได้พอสมควร
ร้านกาแฟที่ดี ต้องมีทั้งอุปกรณ์ วัตถุดิบ และระบบที่พร้อม
หลายคนอาจคุ้นเคยกับกาแฟแค่ตอน ชงแต่ความจริงแล้ว รสชาติที่คุณดื่มในวันนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ต้นทางบนภูเขา ก่อนจะถึงแก้วคุณ
กาแฟอาจจะดีตั้งแต่ต้นทางแต่ถ้าเลือกแก้วผิดรสชาติอาจไม่เหมือนที่ควรเป็น
การทำ Latte Art ไม่ได้เริ่มจากการวาดลายแต่เริ่มจาก การควบคุมฟองนมและจังหวะการเท
เมื่อเลือกซื้อเมล็ดกาแฟที่มีโทนฟรุตตี้ แต่เมื่อนำมาชงกลับไม่ได้รสชาติอย่างที่คาดหวัง
Channeling ถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อย และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รสชาติกาแฟในแก้วออกมา ไม่สมดุล แม้จะใช้เมล็ดกาแฟดี เครื่องชงดี หรือสูตรชงที่ตั้งไว้ถูกต้องก็ตาม
หลายคนที่ยืนดูบาริสต้าชงกาแฟ อาจสังเกตเห็นขั้นตอนหนึ่งที่ทำซ้ำแทบทุกแก้ว นั่นคือ การปล่อยน้ำจากหัวกรุ๊ป (Flush Water) ก่อนใส่ด้ามชง
การทิ้งช็อตแรกไม่ได้ทำเพราะฟุ่มเฟือย แต่ทำเพื่อ ควบคุมคุณภาพ ให้รสชาติในแก้วของลูกค้าออกมาดีที่สุด
3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ระดับคั่วต่างกัน ไม่สามารถใช้การบดเดียวกันได้เสมอ
กาแฟไม่ได้ขึ้นอยู่กับ สูตร อย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ คนที่ชง มากกว่าที่คิด
ก่อนปรับอะไร ให้รู้ก่อนว่าตอนนี้คุณชงกาแฟนานแค่ไหน ถ้าคุณไม่เคยจับเวลา ให้เริ่มจับตั้งแต่วันนี้เพราะ เวลา คือสิ่งที่ควบคุมง่ายที่สุด
หลายคนอาจเคยเจอ ใช้สูตรเดิม เมล็ดเดิม เครื่องเดิมแต่กาแฟที่ได้ในแต่ละช่วงเวลากลับรสชาติไม่เหมือนกัน
กาแฟ 1 แก้ว ใช้ปริมาณน้ำค่อนข้างมากในการชงกาแฟ เพราะฉะนั้น "น้ำ" จึงเป็นปัจจัยหลัก ที่อาจส่งผลต่อรสชาติกาแฟได้
น้ำมันที่เห็นบนผิวเมล็ดกาแฟ คือ น้ำมันธรรมชาติที่อยู่ภายในเมล็ดกาแฟเองเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเมล็ดตั้งแต่ยังเป็นเมล็ดเขียว
หลายคนคิดว่ากาแฟเสียรสชาติเพราะ เมล็ดไม่ดี แต่ในความเป็นจริง ความผิดพลาดเล็ก ๆ ระหว่างการชงต่างหาก ที่ทำให้กาแฟดี ๆ กลายเป็นขม เปรี้ยว หรือจืดโดยไม่รู้ตัว
ความแตกต่างของกลิ่นและรสชาติในมัทฉะไม่ได้มาจาก ปลายลิ้น อย่างเดียว แต่เกิดจากปัจจัยสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำสายพันธุ์ การปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการบดเป็นผงมัทฉะ ทุกขั้นตอนล้วนมีผลว่าแก้วนั้นจะออก โทนถั่ว หรือ โทนสาหร่าย
กาแฟ Micro-lot คัดจากพื้นที่เฉพาะที่มีศักยภาพสูง เช่น พื้นที่ที่มีระดับความสูงเหมาะสม ดินมีแร่ธาตุสมบูรณ์